จังหวัดกระบี่
ขนาดและที่ตั้ง จังหวัดกระบี่ ตั้งอยู่ทางด้านฝั่งทะเลตะวันตกของภาคใต้ติดกับ ทะเลอันดามันอยู่ห่างจากกรุงเทพ ไปตามทางหลวงแผ่นดินประมาณ 814 กิโลเมตร มีพื้นที่ทั้งหมด 4,708.512 ตารางกิโลเมตร แยกพื้นที่เป็นรายอำเภอได้ ดังนี้ อำเภอเมืองกระบี่ อำเภอเหนือคลอง อำเภอเขาพนม อำเภอเกาะลันตา อำเภอคลองท่อม อำเภอลำทับ อำเภออ่าวลึก อำเภอปลายพระยา

 “แหล่งถ่านหิน ถิ่นหอยเก่า เขาตระหง่าน ธารสวย รวยเกาะ เพาะปลูกปาล์ม งามหาดทราย ใต้ทะเลสวยสด มรกตอันดามัน สวรรค์เกาะพีพี”
 
 
 
อาณาเขตติดต่อ
ทิศเหนือ  จดจังหวัดพังงา และจังหวัดสุราษฎร์ธานีทางด้านอำเภอปลายพระยา และอำเภอเขาพนม
ทิศใต้  จดจังหวัดตรัง และทะเลอันดามันทางด้านอำเภอเกาะลันตา  อำเภอเมืองกระบี่ และอำเภอเหนือคลอง
ทิศตะวันออก จดจังหวัดนครศรีธรรมราช และจังหวัดตรังทางด้านอำเภอเขาพนม อำเภอคลองท่อม และอำเภอลำทับ
ทิศตะวันตก  จดจังหวัดพังงา และทะเลอันดามันทางด้านอำเภออ่าวลึก  และอำเภอเมืองกระบี่


ลักษณะภูมิประเทศ


สภาพภูมิประเทศโดยทั่วไปของจังหวัดกระบี่ทางตอนเหนือประกอบด้วยเทือกเขายาวทอดตัวไป ในแนวเหนือใต้สลับกับสภาพพื้นที่แบบลูกคลื่นลอนลาดและลอนชัน มีที่ราบชายฝั่งทะเลทางด้านตะวันตก บริเวณทางตอนใต้มีสภาพภูมิประเทศเป็นภูเขากระจัดกระจายสลับกับพื้นที่แบบลูกคลื่น ส่วนบริเวณทางตอนใต้สุดและตะวันตกเฉียงใต้ มีสภาพพื้นที่เป็นแบบลูกคลื่นลอนลาดจนถึงค่อนข้างราบเรียบ และมีภูเขาสูง ๆ ต่ำ ๆ สลับกันไป บริเวณด้านตะวันตกมีลักษณะเป็นชายฝั่งทะเลติดกับทะเลอันดามันยาวประมาณ 160 กิโลเมตร ประกอบด้วยหมู่เกาะน้อยใหญ่ประมาณ 130 เกาะ แต่เป็นเกาะที่มีประชากรอาศัยอยู่เพียง 13 เกาะ เกาะที่สำคัญ ได้แก่ เกาะลันตา เป็นที่ตั้งของอำเภอเกาะลันตา และเกาะพีพี ซึ่งอยู่ในเขตอำเภอเมือง เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงามติดอันดับของโลก
     
ลักษณะภูมิอากาศ
จังหวัดกระบี่มีภูมิอากาศแบบมรสุมในเขตร้อนและได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ และลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ ทำให้มีฝนตกชุกตลอดปี และมีเพียง 2 ฤดู ฤดูร้อน เริ่มตั้งแต่เดือนมกราคมจนถึงเดือนเมษายน ฤดูฝน เริ่มตั้งแต่เดือนพฤษภาคมไปจนถึงเดือนธันวาคม และจากการที่มีลักษณะภูมิอากาศแบบมรสุมในเขตร้อน อุณหภูมิในแต่ละฤดูกาลจึงไม่แตกต่างกันมากนัก คือ อยู่ระหว่าง 17.9 - 36.0 องศาเซลเซียส ปริมาณน้ำฝนโดยเฉลี่ยอยู่ในช่วงประมาณ 2,309.5 - 2,069.8 มิลลิเมตรต่อปี
     
แหล่งท่องเที่ยว
อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี จังหวัดกระบี่
กรมป่าไม้ได้ทำการสำรวจและจัดตั้งกำหนดบริเวณที่ดินสุสานหอย 75 ล้านปี หาดนพรัตน์ธารา หมู่เกาะพีพี และเกาะใกล้เคียง ในท้องที่ตำบลหนองทะเล ตำบลอ่าวนาง ตำบลไสไทย และตำบลปากน้ำ อำเภอเมืองกระบี่ จังหวัดกระบี่ เนื้อที่ประมาณ 243,725 ไร่ นับเป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 47 ของประเทศไทย ชื่อว่า อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา – หมู่เกาะพีพี ต่อมาได้ดำเนินการผนวกพื้นที่บริเวณสุสานหอยและเกาะใกล้เคียง เพิ่มอีกจำนวน 12 ไร่ 68 ตารางวา และเพิกถอนพื้นที่บางส่วนในท้องที่ตำบลหนองทะเล อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่ มีเนื้อที่ประมาณ 1,300 ไร่ สำหรับกองทัพเรือ ใช้ในการสร้างฐานทัพเรือ และเป็นเขตพระราชฐาน ดังนั้นจึงมีเนื้อที่ทั้งหมดคงเหลือ 242,437 ไร่

   

หาดนพรัตน์ธารา เดิมชาวบ้านเรียกว่า คลองแห้ง ทั้งนี้เพราะเมื่อน้ำลง น้ำคลองที่ไหลมาจากภูเขาทางด้านเหนือจะแห้งขอดกลายเป็นหาดทรายยาวเหยียดทอดลงไปในทะเลบรรจบกับเกาะเขาปากคลอง เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของหอยชักตีน แหล่งใหญ่ที่สุดแหล่งหนึ่ง


สุสานหอย เป็นสิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติ คือ หลักฐานทางธรณีที่เป็นซากดึกดำบรรพ์ ของหอยน้ำจืดชนิดต่างๆ ประมาณว่ามีอายุ 75 ล้านปีมาแล้ว จึงเรียกว่า สุสานหอย 75 ล้านปี ต่อมาความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและการค้นพบหลักฐานด้านธรณีวิทยามีมากขึ้น ซึ่งกำหนดอายุใหม่เหลือประมาณ 40-20 ล้านปี

อ่าวนาง มีทิวทัศน์โดยรวมสวยงามแปลกตากว่าหาดอื่นๆ เพราะด้านหนึ่งของหาดทรายเป็นภูเขาและมีถ้ำหินงอกหินย้อยคือ ถ้ำพระนาง เป็นอ่าวที่เป็นที่นิยมของชาวต่างชาตินิยมเดินทางมาพักผ่อน เพราะมีความเงียบสงบและไม่มีผู้คนพลุกพล่าน

หมู่เกาะพีพี จากคำบอกเล่า เดิมชาวทะเลเรียกหมู่เกาะนี้ว่า ปูเลาปิอาปี คำว่า ปูเลา แปลว่า เกาะ คำว่า ปิอาปี แปลว่า ต้นไม้ทะเลชนิดหนึ่งจำพวกแสม ต่อมาเรียกว่า ต้นปีปี ภายหลังกลายเสียงเป็น พีพี หมู่เกาะพีพีประกอบด้วยเกาะ 6 เกาะ คือ
เกาะพีพีดอน เกาะพีพีเล เกาะปิด๊ะนอก เกาะปิด๊ะใน เกาะยูง เกาะไม้ไผ่ อยู่ห่างจากชายฝั่งกระบี่ประมาณ 42 กิโลเมตร ลักษณะโดยทั่วไปเป็นเวิ้งอ่าวรูปครึ่งวงกลม อยู่ในวงล้อมของภูเขาหินปูนที่สูงชันจนเกือบเป็นทะเลใน หรือที่ชาวเกาะเรียกว่า ปิเละ

เกาะพีพีดอน มีเนื้อที่ประมาณ 28 ตารางกิโลเมตร ทางเหนือของเกาะคือ แหลมตง เป็นที่ตั้งของ หมู่บ้านชาวเล ประมาณ 15-20 ครอบครัว ส่วนใหญ่อพยพมาจากเกาะลิเป๊ะ จังหวัดสตูล บริเวณแหลมตงนี้ธรรมชาติใต้ทะเลสวยงามมาก เหมาะแก่การดำน้ำเช่นเดียวกัน
กับที่บริเวณปลายแหลมหัวระเกด หาดยาว และหินแพ นอกจากนี้ยังมีเวิ้งอ่าวคู่ที่มีความสวยงาม ติดอันดับโลกของอ่าวต้นไทร และอ่าวโละดาลัม ซึ่งเป็นที่ตั้งของสถานที่พักจำนวนมาก บริการแก่นักท่องเที่ยวทั่วไป

เกาะพีพีเล มีพื้นที่เพียง 6.6 ตารางกิโลเมตร เป็นเกาะเขาหินปูน มีหน้าผาสูงชันตั้งฉากกับพื้นผิวทะเลโดยรอบเกือบทั้งเกาะ มีพื้นน้ำลึกเฉลี่ยประมาณ 20 เมตร เกาะแห่งนี้มีเวิ้งอ่าวสวยงาม อาทิ อ่าวปิเละ อ่าวมาหยา อ่าวโละซะมะ นอกจากนี้ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือยังมี ถ้ำไวกิ้ง ซึ่งเมื่อปี พ.ศ. 2515 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เสด็จประพาสถ้ำแห่งนี้ และทรงพระราชทานนามใหม่ว่า ถ้ำพญานาค ตามรูปร่างหินก้อนหนึ่งที่คล้ายเศียรพญานาค อันเป็นที่เคารพสักการะของชาวบ้านที่เก็บรังนกนางแอ่นบนเกาะแห่งนี้ ภายในถ้ำทางทิศตะวันออกและทิศใต้พบภาพเขียนสีสมัยประวัติศาสตร์ เป็นรูปช้าง และรูปเรือชนิดต่างๆ
หมู่เกาะปอดะ อยู่ทางทิศใต้ของอ่าวพระนาง เมื่อมองจากฝั่งจะเห็นหาดทรายขาว บริเวณชายฝั่งจะมีแนวปะการังหลากชนิด ประกอบกับความใสสะอาดของน้ำทะเลจึงเป็นแหล่งดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เที่ยวชมได้เกือบตลอดทั้งปี

เกาะไม้ไผ่ ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของเกาะพีพีดอนไม่ไกลจากเกาะยูงเท่าใดนัก ด้านทิศเหนือและ ทิศตะวันออก มีหาดทรายสวยงามและแนวปะการัง ซึ่งส่วนมากเป็นแนวปะการังเขากวางทอดยาวไปถึงทางทิศใต้ของตัวเกาะ

 เกาะยูง ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของเกาะพีพีดอน มีชายหาดซึ่งเป็นหาดหินอยู่ทางด้านทิศตะวันออก และมีหาดทรายเล็กน้อยตามหลืบเขา นอกจากนี้ยังมีแนวปะการังสวยงามชนิดต่างๆ ที่ยังคงอยู่ในสภาพสมบูรณ์


สถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ
       นอกจากสถานที่ท่องเที่ยวประเภทเกาะและหาดทรายแล้ว จังหวัดกระบี่ยังมีสถานที่ท่องเที่ยว อีกมากมาย เช่น ถ้ำ/ภูเขา ป่าเขา/น้ำตก แหล่งภาพเขียน และอื่นๆ อาทิเช่น
สุสานหอย 75 ล้านปี เป็นแหล่งซากฟอสซิล เปลือกหอยที่ทับถมกันเป็นเวลานานจนกลายเป็นหิน น่าสนใจศึกษาในเชิงธรณีวิทยา อยู่ที่บ้านแหลมโพธิ์ อำเภอเมือง อยู่ห่างจากเมืองกระบี่ประมาณ 17 กิโลเมตร การเดินทางไปสะดวกได้ทุกฤดูกาล

พิพิธภัณฑ์วัดคลองท่อม ตั้งอยู่ที่วัดคลองท่อม อำเภอคลองท่อม เป็นแหล่งหลักฐานทางประวัติศาสตร์โบราณคดีที่สำคัญ ส่วนมากเป็นหลักฐานที่พบบริเวณควนลูกปัดอยู่ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 40 กิโลเมตร โดยใช้เส้นทางกระบี่ - ตรัง

 
วัดถ้ำเสือ ตั้งอยู่ที่บ้านถ้ำเสือ ตำบลกระบี่น้อย อำเภอเมืองกระบี่ สภาพเดิมเป็นโพรงถ้ำในภูเขา เป็นแหล่งธรรมชาติที่มีถ้ำสวยงาม พบหลักฐานทางโบราณคดีมากมาย ปัจจุบันเป็นที่ตั้งวัดถ้ำเสือที่มีสถานวิปัสสนา มีนักท่องเที่ยวเข้าไปเยี่ยมชมทุกวัน อยู่ห่างจากเมืองกระบี่ ประมาณ 6 กิโลเมตร เป็นต้น

 

 

หมายเหตุ : ข้อมูลอ้างอิง http://www.krabi.go.th, http://www.dnp.go.th